คณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น จัดกิจกรรมฝึกปฏิบัติการวันแรกของหลักสูตร เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์และการวินิจฉัย/คัดกรองพันธุกรรมตัวอ่อน (Assisted Reproductive Technology: ART) ภายใต้โครงการพัฒนาทักษะเพื่ออนาคต (Non-Degree Reskill/Upskill) ประจำปีงบประมาณ 2569 ซึ่งได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สป.อว.)

เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2569 คณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้เปิดกิจกรรมฝึกปฏิบัติการ โดยมีผู้เข้ารับการอบรมจำนวน 20 คน ซึ่งเป็นผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีหรือสูงกว่าในสาขาเทคนิคการแพทย์ วิทยาศาสตร์สุขภาพ และสาขาที่เกี่ยวข้อง เพื่อพัฒนาทักษะ (Upskill) และปรับเปลี่ยนทักษะ (Reskill) เตรียมความพร้อมสู่การประกอบวิชาชีพนักวิทยาศาสตร์เพาะเลี้ยงตัวอ่อน (Clinical Embryologist)

พิธีเปิดกิจกรรมได้รับเกียรติจาก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พรสุดา มาระมิ่ง ประธานหลักสูตร กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ของโครงการ และ รองศาสตราจารย์ ดร.จุรีรัตน์ ดาดวง คณบดีคณะเทคนิคการแพทย์ เป็นประธานกล่าวเปิดกิจกรรมและกล่าวต้อนรับผู้เข้ารับการอบรม พร้อมกล่าวขอบคุณและมอบกระเช้าต่อผู้สนับสนุนกิจกรรม

กิจกรรมในวันแรกเริ่มด้วยการบรรยายหัวข้อ การเก็บน้ำเชื้อและการกระตุ้นเก็บไข่หนู โดย รองศาสตราจารย์ แพทย์หญิงกุลธิดา เวทีวุฒาจารย์ ผู้อำนวยการศูนย์สัตว์ทดลองภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ก่อนเข้าสู่การสาธิตปฏิบัติจริงโดย คุณบุศรา แก้วสมุทร

จากนั้น ทนพญ.ณัฐวดี นิมิตเจริญ ถ่ายทอดองค์ความรู้ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติด้าน Conventional IVF และ Intracytoplasmic Sperm Injection (ICSI) ครอบคลุมตั้งแต่กระบวนการ Insemination, Fertilization Check, Oocyte Denudation, Sperm Immobilization จนถึง Sperm Injection

ช่วงภาคบ่าย ผู้เข้าอบรมได้ฝึกปฏิบัติจริงตั้งแต่เวลา 11.00–17.00 น. ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดจากทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการเพาะเลี้ยงตัวอ่อนจาก SAFE Fertility Group นำโดย ทนพญ.สุจินต์ จันทร์จำเริญ, ทนพญ.มณิภา ตันติพจน์, ทนพญ.จิดาภา รินทร, ทนพญ.ณัฐวดี นิมิตเจริญ, ทนพญ.พิมสุดา พัชรอาภา และ ทนพญ.ปภิชญา ศิริธวัช ร่วมกับนักวิทยาศาสตร์เพาะเลี้ยงตัวอ่อนจาก โรงพยาบาลศรีนครินทร์ ได้แก่ ทนพญ.ธนิดา พงษ์ศรีทัศน์ และ ทนพญ.สินีนาฏ สุขเกษม ซึ่งร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้และให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิดตลอดการฝึกปฏิบัติ

การจัดกิจกรรมครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการพัฒนาบุคลากรให้มีทักษะเชิงปฏิบัติด้านเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์อย่างเข้มข้น พร้อมเตรียมความพร้อมสู่การเป็นนักวิทยาศาสตร์เพาะเลี้ยงตัวอ่อนที่มีสมรรถนะสูง ตอบสนองต่อความต้องการของระบบสาธารณสุขและนโยบายการพัฒนากำลังคนของประเทศในอนาคต